เปิด “บ้านไร่อุดมสุข” บนพื้นที่ 100 ไร่ ของ “พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย” ที่ “ในหลวง” รับสั่งอยากให้ทำต่อไป


ในประเทศไทย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย” ซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศไทย ที่มักจะรู้จักการในฐานะที่เป็นนักร้องนักแสดงมากความสามารถ ตลอดช่วงเวลาที่ผู้ชายคนนี้อยู่ในวงการ เขาเป็นต้นแบบที่ดีให้เหล่าบรรดาแฟนคลับ ทั้งการวางตัว การทำงาน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าพี่เบิร์ดยังเป็นเกษตรกรอีกด้วย
พี่เบิร์ดเป็นอีกหนึ่งคนที่รักในความพอเพียงแบบที่ในหลวงสอน แม้เขาจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ดังมากมายแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ทิ้งวิถีชีวิตแบบพอเพียง ข้อมูลจากเว็บไซต์คลับเบิร์ด เผยเรื่องราวว่า ครั้งหนึ่งหลังเบิร์ดได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ถวายงานร้องเพลงที่งานแห่งหนึ่ง เบิร์ดเล่าเรื่องราวขณะกำลังเข้าเฝ้าฯ ส่งเสด็จฯ ว่า

“…เบิร์ดลงกราบ พร้อมกับถือโอกาสจับพระบาทของทั้งสองพระองค์เอาไว้ สมเด็จพระนางเจ้าฯมีรับสั่งว่า ‘ร้องเพลงไพเราะมาก’
แต่ที่เหนือความคาดหมายคือ ในหลวงรับสั่งว่า ‘ปลูกข้าวที่เชียงรายอยากให้ทําต่อไปนะ เบิร์ดเป็นนักร้องก็ดีที่หนึ่ง เป็นเกษตรกรก็ดีที่หนึ่ง’
เบิร์ดกราบทูลตอบว่า ‘รับใส่เกล้าพระพุทธเจ้าข้า’ เนื้อตัวตอนนั้นขนลุกไปหมด ในใจปลื้มจนไม่รู้จะปลื้มอย่างไร”


สำหรับไร่แห่งนี้ได้สร้างอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ในชื่อ “ไร่อุดมสุข” ที่จังหวัดเชียงราย บ้านไร่อุดมสุขแห่งนี้ เป็นชื่อที่คุณแม่ของเบิร์ดเป็นผู้ตั้ง ไร่แห่งนี้ประกอบไปด้วย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และ การเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพี่เบิร์ดแบ่งพื้นที่เป็นทั้งพื้นที่ปลูกข้าว ปลูกเห็ด และพืชผัก ได้อย่างครบวงจร ดูภาพแล้วรู้สึกสดชื่น เขียวขจี และดูสวยงามมากจริงๆ

(บทความจาก เบิร์ด ธงไชย กับ เกษตรกรรม บนความพอเพียง)
ท่ามกลางพื้นหมอก ที่หนาวจัดกลางทุ่งนา ในอุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส ณ บ้านไร่อุดมสุข ท้องทุ่งบ้านป่าจั่น หมู่ 7 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพากันเอามื้อ (ลงแขก) เกี่ยวข้าว  ต้นข้าวที่อุดมสมบูรณ์ บนผืนนา 17 ไร่ ส่งประกายสีทองเหยียดยาวรอคมเคียว สังเกตง่ายจากเมล็ดที่เต่งตึง รวงโน้มโค้งลงเสมือนกับคนพนมมือยกขึ้นไหว้  ในพื้นที่ส่วนหนึ่งจาก 100 กว่าไร่ของสวนอุดมสุขที่จำแนกการปลูกพืชไว้หลากหลายชนิด

…ผู้ที่นำและเป็นเจ้าของนาผืนนี้คือ นายธงไชย แมคอินไตย์ หรือที่คนไทยทั้งประเทศ (และใกล้เคียง) รู้จักเขาในนาม ‘เบิร์ด’ ดาราระดับ Super Star ที่โด่งดังทั้งการเป็นนักร้องและนักแสดง นาของเรา ข้าวของเรา… เป็นคำพูดที่ย้ำออกมายังกับท่องจำ พร้อม ๆ กับดึงด้ามเคียว ตัดต้นข้าวกำแล้วกำเล่า อย่างมันเขี้ยว ทำอย่างนี้อยู่เป็นนาน จนกระทั่งร่างกาย สลายความเหน็บหนาวไปเจ้าของนาจึงค่อยๆ ถอดเสื้อกันหนาวออกทีละตัวๆ จนเหลือ แค่เสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียว


ในอดีตครอบครัวผมยากจนมาก คุณแม่ (นางอุดม แมคอินไตย์) ต้องไปเป็นหนี้ข้าวมาเลี้ยงลูกๆ คือพวกผม 7 ชีวิตพี่ๆน้องๆ ตอนนี้พอมีเงินบ้าง (มากๆด้วย) ผมก็เลยพาครอบครัว มาปลูกข้าวกินเอง ผืนที่ดินแห่งนี้ คุณแม่ผมรักมันมาก…’ เป็นคำบอกเล่าของ ‘เบิร์ด’ ในช่วงพักเหนื่อย แล้วก็บอกต่ออีกว่า…    ผมเรียนรู้จากชาวบ้าน ในการทำนาปลูกข้าว จากนั้นก็ปลูกพืชผักอื่น ๆ ปลูกบ้านและขุดบ่อน้ำ              (เลี้ยง ปลา แต่ห้ามจับขึ้นมากินมาขาย) แล้วมาเห็นหนังสือเล่มหนึ่งเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเกษตรตามแนวพระราชดำริ


มีการวาดภาพพื้นที่ที่อยู่อาศัย ขุดบ่อน้ำ ปลูกข้าว ปลูกพืช เป็นการเกษตรพอกินพออยู่ ซึ่งมันตรงกับที่เราทำอยู่ จึงรู้ว่า…’เบิร์ด’ เอ๊ย เจ้าเดินมาถูกทางแล้ว พร้อมกับที่ผมมีความคิดว่า เรามีใจ มีสมอง มีปัญญาที่จะมาช่วยพัฒนาตรงนี้ได้ ตอนแรกๆที่ผมเข้ามา หมู่บ้านป่าจั่น เมื่อ 4-5 ปีก่อนนั้น พอสัมผัสกับชาวบ้าน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าพวกเขาบริสุทธิ์มากๆและได้รู้ว่าการเป็นเกษตรกรร่ำรวยความสุข มีครอบครัวที่อยู่เย็นเป็นสุข นอกนั้นไม่มีอะไรเลยจะมีเงินก็มาจากการกู้ยืมอันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่พวกเขาจักต้องรักษาไว้ คือ ต้องรักษา ‘หนี้’ โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้หมด…ชาตินี้หรือว่าชาติไหน…!!!


…เพราะเงินมันเป็นอนาคตที่มองไม่เห็น กว่าจะได้มาสุดแสนจะยากลำบาก ช่วงนั้น หนุ่มๆ-สาวๆอพยพไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่อื่นหมด คงยังเหลือแต่คนแก่กับเด็กๆเฝ้าบ้าน ผมจึงเข้าไปลุยในหมู่บ้าน
บอกกับชาวบ้านว่า…เจ้านายทอดพระเนตรดูเราอยู่นะ ต้องตั้งใจทำงาน อย่าหนีไปไหน ที่นี่เป็นขุมเงิน ขุมทอง ของพวกเรา ที่ดินเป็นที่ทำกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง อย่าปล่อยรกและอย่าขายทิ้ง


ผม กับ พี่ชาย (ปื๊ด-เกรียงไกร แมคอินไตย์) ทำการเกษตรเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ชาวบ้าน            เมื่อหมดฤดูนา ก็มีการปลูกพืชอื่นๆ แล้วผมก็หาพริกพันธุ์ดีๆ มาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ได้ร่วมกันปลูกพอพริกเจริญงอกงามผลผลิตออกมา เขาก็จะนำมาส่งมาให้เราเราก็จะหาตลาดและส่งขายให้เขา พอเขาได้เงินก็ดีใจมีแรงที่จะทำต่อ พืชไร่เราก็ทำให้เป็นตัวอย่าง และก็แนะนำ ให้รื้อฟื้นแผ่นดิน ต้นลิ้นจี่ ลำไย เก่าๆแก่ๆ ที่ปล่อยให้รกร้าง จนต้นโทรมแทบจะยืนตายนึ่ง ก็มาตัดแต่งกิ่งทำสาวต้นใหม่ เมื่อผลผลิตออกมาชาวบ้านอาจจะมึนตื้อไม่รู้จะนำไปขายที่ไหน… ผมก็สนับสนุนให้มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และสามารถยืดอายุการเก็บรักษาด้วยการสร้างโรงอบแห้งขึ้นมาบริการแก่ชาวบ้าน พวกเขาก็พอใจที่ไม่ต้องขนลำไยสดไปที่อื่นให้เสียค่าขนส่งโดยใช่เหตุ


เพื่อการพัฒนาในด้านการผลิต ผมแนะนำให้ชาวบ้านได้มีความรู้ในเรื่องดิน และ ได้ติดต่อนักวิชาการมาให้ความรู้ในเรื่องการตรวจสภาพดินว่ามีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถันเท่าไหร่ พืชที่จะปลูกต้องการธาตุอาหารอะไรเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ให้รู้จักทำปุ๋ย คิดสูตรปุ๋ย ปลูกพืชตระกูลถั่วบำรุงดิน เมื่อช่วยแก้ ปัญหาในเรื่องการผลิต แล้วที่สำคัญสุดคือเรื่องตลาดทำอย่างไร จะหลุดพ้นจากการกดขี่ของพ่อค้าคนกลาง อย่างที่ตอนที่ฮือฮาในสวนอุดมสุข คือ ทำ เห็ดหอม พอผลผลิตออกมาผมก็นำไปขายบ้าง จ่าย แจกไปบ้างด้วยที่ว่าในส่วนที่จ่ายแจกไปนั้น อาจมีผลสะท้อนกลับเมื่อเขารับประทานเห็ดของเราแล้วชอบหากติดใจในรสชาติคราวต่อไปเขาก็จะสั่งซื้อจากเรา…ทีนี้เราก็จะขายได้การเพาะเลี้ยงเห็ดหอมนี้ อาจารย์ดีพร้อมไชยวงศ์เกียรติ จะเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ลูกน้องเราก็ค่อยๆทำจนเกิดความชำนาญอย่างในตอนแรกๆ เราก็เพาะเชื้อเห็ดเพียง 16,000 ถุง จะมีส่วนเสียหาย2,000 ถุง ซึ่งถือว่ามันเสียหายมาก เราก็จะค้นหาสาเหตุว่ามันมาจากอะไร เมื่อรู้แล้วก็จะปรับปรุง อย่างการติดเชื้อ การต้มที่ความร้อนไม่สม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความเสียหายที่น้อยลง


เมื่อเราเกิดความชำนาญแล้วต่อไปก็เป็น การลดต้นทุนการผลิต อย่างวัตถุดิบในการผลิตคือขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่ต้องสั่งซื้อกันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งมีราคาแพงมาก คันรถละ 17,000 บาท คาดว่าจะต้องเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันเป็นคันละ 20,000 บาท ขี้เลื่อยรถบรรทุกคันหนึ่ง ก็ใช้เป็นเชื้อเพาะเห็ดหอมได้ 1 โรงเรือน ไหนจะค่าสารเคมี ค่าดำเนินการจัดการอีกอันเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตทั้งนั้น            ก็อยากจะให้ชาวบ้านได้มีความคิดที่จะใช้วัสดุในท้องถิ่นมาทดแทน ….ซึ่งเราเองก็พอมองหามาได้               แต่อยากจะให้ชาวบ้านเขาได้คิด และ ตัดสินใจกันเองบ้าง ไม่ใช่เป็นผู้ตามแต่อย่างเดียว


สวนอุดมสุข ของเรานี้ได้ทำการเกษตรผสมผสานอย่างจริงจัง และพยายามที่จะให้เป็นแบบอย่าง แก่ชาวบ้านได้ยึดถือนำไปปฏิบัติด้วยใจ สมอง และ ภูมิปัญญาในการพัฒนาพื้นที่ทำกิน ให้สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดด้วยเศรษฐกิจพอเพียงโดย ดำเนินตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเกษตรกรต้อง ทำให้จริง อยู่ให้เป็น พอมีพอกิน เพราะงานเกษตรกรรมจะสำเร็จได้ต้องใช้เวลา และเกษตรกรต้องมีความอุตสาหะ รักจริงแล้วก็จะทำได้เพราะดินเป็นดินของเรา เมื่อทำให้ดินมีหญ้าขึ้นได้ (ดินก็เกิดความอุดมสมบูรณ์) ก็ถือว่าการเกษตรประสบความสำเร็จ  จากนั้น จง…ทำดินให้เป็นทอง ทำหญ้าให้เป็นแบงก์ และก็ทำได้ไม่ยากนัก…แน่นอนที่สุดอยู่ที่ตัวเราเอง….!!!


ในส่วนของไร่อุดมสุข พี่เบิร์ดได้ร่วมออกแบบกับพี่ชายที่เป็นสถาปนิก หวังให้เป็นที่พักอาศัยร่วมกับคุณแม่

ประวัติพี่เบิร์ด

เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ หรือที่ใครต่อใครเรียกกันว่า พี่เบิร์ด เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2501 สุดยอดซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยตัวจริงที่ไม่มีใครไม่รู้จัก การันตีด้วยผลงานสุดหลากหลาย โดย พี่เบิร์ด เริ่มเข้าสู่วงการจากการเป็นนักแสดง โดยเรื่องแรกรับบทนักแสดงสมทบเรื่อง น้ำตาลไหม้ เมื่อปี 2526 ก่อนจะได้รับการตอบรับจนเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง ด้วยรักคือรัก เมื่อปี 2528 ซึ่งรับบทเป็นพระเอกของเรื่อง และสร้างสุดยอดผลงานชิ้นเอกที่ผู้คนจดจำตลอดกาลอย่าง คู่กรรม เมื่อปี 2533 ก่อนจะได้รับรางวัลอย่าง รางวัลเมขลา และรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ในยุคนั้นในปีเดียวกัน


พี่เบิร์ดได้เข้าสู่วงการเพลงเต็มตัวเมื่อปี 2529 ซึ่งสามารถครองใจแฟนคลับได้ทุกเพศทุกวัยจนได้รับฉายา นักร้องขวัญใจประชาชน มีอัลบั้มเต็มถึง 16 อัลบั้ม และอัลบั้มพิเศษต่าง ๆ ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 25 ล้านชุด แถมยังติด 1 ใน 3 ศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มสูงสุดตลอดกาลของเอเชียอีกด้วย

อยากให้เข้าใจอยากให้ฟัง >> ในหลวงตรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

ขอบคุณ : tourglom.com / kaijeaw.com / world.kapook.com / sanook.com / khaosod.co.th / gotoknow.org / welovemyking.com / men.kapook.com

Facebook Comments

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*